กางเต๊นท์ (Tent) ที่ไหนดี

บทความโดย : Daddy Ai

กางเต๊นท์ (Tent) ที่ไหนดีในที่นี้ไม่ได้หมายถึงว่าจะไปกางเต๊นท์ในสถานที่ท่องเที่ยวที่ไหนแบบเฉพาะเจาะจง แต่กำลังจะเปรียบเทียบระหว่างการกางเต๊นท์ภายในพื้นที่ของรีสอร์ทกับพื้นที่อุทยานแห่งชาติหรือสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆในช่วงปลายปีแบบนี้ อากาศกำลังหนาวๆ เลย ใครๆ ก็มองหาและวางแผนเรื่องท่องเที่ยว ผมเองก็เหมือนกันกำลังมองหาที่ท่องเที่ยวและที่พัก แต่ช่วงปีใหม่หากไม่ได้จองห้องพักไว้ก่อนหน้านี้สัก 2-3 เดือนที่ผ่านมา มาหาเอาช่วงกลางเดือนธันวาคมแบบนี้ ที่พักดีๆ ที่ราคาไม่สูงมากแทบจะหาไม่ได้แล้ว

พอดีมีความสนใจที่จะกางเต๊นท์ (Tent) อยู่ด้วย จึงไม่ได้ซีเรียสมากนักถ้าหาที่พักที่เป็นบ้านหรือห้องพักตามรีสอร์ทไม่ได้จริงๆ เมื่อนึกถึงการกางเต๊นท์ตามสถานที่ท่องเที่ยว โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลแบบนี้ก็มีความคิดเกี่ยวกับการเลือกสถานที่ว่าน่าจะเลือกแบบไหนดี และอยากจะมาแชร์ พร้อมๆ กับอยากจะได้ความเห็นจากเพื่อนๆ ด้วยเหมือนกัน หากใครมีไอเดียในเรื่องนี้อยากจะแนะนำก็ยินดีนะครับ

เนื่องด้วยหากจะต้องกางเต๊นท์นอนแบบแคมพ์ปิ้งไม่ได้เป็นการนอนคนเดียงแต่มีแฟนและลูกสาววัย 3 ขวบไปด้วยจึงต้องเลือกที่ที่ค่อนข้างจะสะดวกสักหน่อย แน่นอนคงสะดวกไม่เท่าห้องพัก แต่ก็อย่าถึงขนาดลำบากมากนัก

กางเต๊นท์ในรีสอร์ทหรืออุทยานฯ ที่ไหนดีกว่ากัน

ในความเห็นของผมเองเกี่ยวกับการกางเต๊นท์ของ 2 สถานที่ต่างก็มีข้อดีข้อเสียต่างกันคือ…

กางเต๊นท์ในรีสอร์ท

เรื่องของบรรยากาศและทิวทัศน์อาจไม่หลากหลายเท่ากับอุทยานแห่งชาติต่างๆ พื้นที่กางเต๊นท์ (Tent) ของรีศอร์ทต่างๆ ที่มีไว้บริการส่วนใหญ่ก็จะเป็นสนามหญ้าพื้นที่เล็กใหญ่ต่างๆ กันไป ไม่ได้มีวิวธรรมชาติเหมือนกับอุทยาน บางรีสอร์ทถ้าเป็นรีสอร์ทใหญ่ๆ หน่อยก็อาจจะมีการจัดทัศนียภาพภายในรีสอร์ทที่สวยงามหน่อย แต่นั่นก็เป็นสิ่งที่สร้างขึ้น

ถ้าใครที่อยากจะกางเต๊นท์เพื่อสัมผัสธรรมชาติจริง การกางเต๊นท์ในรีสอร์ทอาจไม่ใช่ทางเลือกที่น่าสนใจนัก แต่การกางเต๊นท์ภายในรีสอร์ทก็มีข้อดีในเรื่องความสะดวกหลายๆ อย่างคือ ไม่ต้องนำเต๊นท์ไปเอง รวมถึงอุปกรณ์เครื่องนอนทางรีสอร์ทมีการจัดเตรียมไว้อย่างพร้อมสรรพ ห้องน้ำห้องท่ามีความสะอาดสะอ้าน มีการจัดเตรียมไว้อย่างเพียงพอ ถ้ารีสอร์ทไหนมีพื้นที่รองรับการกางเต๊นท์ได้จำนวนมาก ก็จะมีการจัดห้องน้ำไว้หลายจุดแยกสัดส่วนระหว่างชายหญิงชัดเจน ภายในห้องน้ำมีความสะดวกให้ระดับหนึ่ง เช่น มีเครื่องทำน้ำอุ่นให้ รวมถึงเรื่องของอาหารมีอาหารไว้บริการด้วย ไม่จำเป็นต้องพกพาอุปกรณ์ไปทำเอง

กางเต๊นท์ในอุทยานฯ

เรื่องของการได้สัมผัสธรรมชาติไม่ต้องพูดถึงเป็นธรรมชาติจริงๆ ผมเองเคยไปกางเต๊นท์ตามอุทยานแห่งชาติต่างๆ มาบ้าง เช่น อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่, อุทยานแห่งชาติปางสีดา, อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง และปางอุ๋ง หรือที่ภูทับเบิกก็เคยไปมาแล้ว

ตอนนั้นมีทั้งที่ไปกับเพื่อนๆ และไปกับแฟนตอนที่ยังไม่มีลูกจึงมีความสะดวกในการกินอยู่มากกว่าตอนนี้ ประสบการณ์การกางเต๊นท์ในสถานที่ต่างๆ ที่ว่ามามีความประทับใจในเรื่องของบรรยากาศมากๆ แต่ในเรื่องห้องน้ำหรืออาหารการกินอย่างที่ว่ามา ก็จะไม่ได้สะดวกเท่าไร แต่ในตอนนั้นเรื่องห้องน้ำห้องท่าและการกินถือเป็นเรื่องเล็กตามประสาวัยรุ่นที่ชอบเที่ยวแบบลุยๆ

เลือกกางเต๊นท์ในรีสอร์ทก็แล้วกัน

บทสรุปในครั้งนี้ ในปี 2557 นี้ ถ้าได้ไปกางเต๊นท์ช่วงปีใหม่จริงๆ อย่างที่ตั้งใจไว้ ผมคงเลือกกางเต๊นท์ในรีสอร์ทที่ให้บริการ ด้วยเหตุเรื่องความสะดวกของห้องน้ำและอาหารการกินของแฟนและลูกสาววัย 3 ขวบ

นอกจากนั้นแล้วการที่ผมเลือกกางเต๊นท์ในรีสอร์ทเพราะแต่ละรีสอร์ทจะมีการกำหนดปริมาณเต๊นท์ที่สามารถรองรับได้ไว้อย่างชัดเจน ทำให้ไม่แออัดมากนัก ต่างกับอุทยานที่ส่วนใหญ่แล้วจำนวนเต๊นท์ที่จำนวนคนในช่วงเทศกาลแบบนี้จะค่อนข้างแน่น

เท่าที่สอบถามรีสอร์ทหลายๆ แห่ง บางรีสอร์ทไม่อนุญาตให้นำเต๊นท์ไปกางเองต้องใช้เต๊นท์ของทางรีสอร์ทเท่านั้น บางแห่งมีทั้งเต๊นท์ที่รีสอร์ทเตรียมไว้ หรือจะนำเต๊นท์ไปกางเองก็ได้

ในช่วงเทศกาลหากใช้บริการเต๊นท์ของรีสอร์ทราคาจะอยู่ที่ประมาณ 800-1,500 บาท (ขึ้นอยู่กับขนาดของเต๊นท์) หากนำเต๊นท์ไปกลางเองจะเสียค่าที่ประมาณ 500-800 บาท ขึ้นอยู่กับขนาดของเต๊นท์เช่นกัน อาหารเช้าก็จะเป็นแบบง่ายๆ โจ๊ก ข้าวต้ม กาแฟ ฯลฯ

เอาไว้ลูกสาวโตกว่านี้อีกสักหน่อย พอที่จะช่วยเหลือตัวเองได้ ค่อยพาไปพักตามอุทยานแห่งชาติบ้าง

ใครมีประสบการณ์หรือความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้มาแชร์หรือพูดคุยกันได้ที่ Facebook Fanpage นะครับ

Comments

comments

(Visited 81 times, 1 visits today)

You may also like...