ทริปใกล้ๆ ส่งท้ายปีเก่า สวนผึ้ง 1 คืน 2 วัน

ช่วงวันหยุดเทศกาลส่งท้ายปีกับอากาศดีๆ แบบปีใหม่ หากจะไปเที่ยวทั้งทีก็อยากจะให้เป็นทริปที่ประทับใจ ทริปส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2015-2016 ถือว่าเป็นทริปที่ประทับใจทริปหนึ่ง “รีวิวทริปดอยอ่างขาง เชียงใหม่ เชียงราย 2015” ทริปส่งท้ายปี 2016 ก็อยากให้ประทับใจแบบนั้นอีก

แต่ปีนี้มีปัญหาความไม่สะดวกเล็กน้อยคือ ไม่ได้วางแผนไว้แต่เนิ่นๆ อีกทั้งไม่คิดว่าจะเดินทางไกลมากนัก กะว่าจะไปเที่ยวใกล้ๆ ในรัศมีไม่เกิน 400 กม. คิดอยู่นานว่าจะไปที่ไหนดี เพราะใกล้ๆ ในรัศมีที่ว่าส่วนใหญ่ก็ไปมาแล้วทั้งนั้นไม่ว่าจะหัวหิน กาญจนบุรี เขาใหญ่ หรือสวนผึ้ง

สุดท้ายตกลงปลงใจที่สวนผึ้งด้วยเหตุผลที่ว่าครั้งก่อนที่เคยไปไม่ได้ค้างกับอีกเหตุผลสำคัญมีกิจกรรมหลายอย่างที่คิดว่าอัยย่าน่าจะชอบ จากที่เลือกระหว่างสวนผึ้งกับเขาใหญ่ สุดท้ายจึงตกลงปลงใจไปสวนผึ้ง

แผนการเดินทาง 2 วัน 1 คืนที่ สวนผึ้ง

หลังจากหาข้อมูลพอประมาณก็สรุปทริปการเดินทางไปเที่ยวสวนผึ้งในช่วงวันหยุดส่งท้ายปีได้ดังนี้

วันแรก : ออกจากรุงเทพ – ฟาร์มเมล่อน โคโรฟิลด์ (Coro Field) – เวเนโต้ (Veneto) – The Scenery Vintage Farm – บ้านอ้อมกอดขุนเขา

วันที่สอง : บ้านอ้อมกอดขุนเขา – บ้านหอมเทียน – กรุงเทพฯ

จากกรุงเทพไปสวนผึ้งระยะทางไม่ไกลมากเพียงร้อยกว่ากิโลเมตรเท่านั้น โดยเฉพาะหากอยู่ทางฝั่งธนก็จะยิ่งใกล้ ขับรถออกทางถนนเพชรเกษมหรือบรมราชนนีขาออก มุ่งหน้านครปฐม ราชบุรี แล้วเลี้ยวขวามุ่งหน้าสวนผึ้งเพียงไม่นานก็ถึงที่หมายแล้ว อีกทั้งสถานที่ท่องเที่ยวแต่ละแห่งอยู่ไม่ไกลกันมากนัก โดยเฉพาะสถานที่ท่องเที่ยวตามแพลนที่กำหนดไว้

การเดินทางในครั้งนี้ออกจากกรุงเทพฯ​ (ย่านหนองแขม) เวลา 7.30 น. ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงก็ถึงที่ Coro Fiel ฟาร์มเมล่อนซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ ที่แวะที่นี่เป็นที่แรกเนื่องจากเป็นทางผ่านที่ถึงก่อนสถานที่อื่นๆ และการที่ถึงในช่วงเช้าจึงเหมาะสำหรับการท่องเที่ยวสถานที่แบบนี้เพราะไม่ร้อนมาก หากใครที่คิดว่าจะทำกิจกรรมปลูกหรือเก็บเมล่อนด้วยแล้วไปช่วงเช้าจะดีกว่า

Coro Field 01

การแวะที่ โคโรฟิลด์ถือว่าประทับใจและอัยย่าก็สนุกกับการทำกิจกรรม GIY หรือการตกแต่งต้นไม้พอสมควร อีกทั้งได้ลองชิมน้ำเมล่อนสดปั่นก็รู้สึกว่าสดชื่นดี เสร็จจากที่แรกเวลาเที่ยงพอดี ขับเลยไปไม่กี่กิโลเมตรแวะกินข้าวที่ ก๋วยเตี๋ยวไข่ต้มยำสูตรคุณยาย

จากนั้นเดินทางไปต่อที่ เวเนโต้ เดินชมบรรยากาศภายใน แต่ไม่ได้เข้าไปถ่ายภาพ 4 มิติ เพราะต้องจ่ายค่าเข้าเพิ่ม ตอนแรกคิดว่าจ่ายค่าเข้าด้านหน้าแล้วจะได้ถ่ายภาพ 4 มิติเลย แต่เมื่อต้องจ่ายเพิ่มซึ่งไม่ได้สนใจเป็นพิเศษกับการถ่ายภาพสี่มิติ จึงแค่เดิมชมบรรยากาศรอบๆ กับให้อาหารปลาคราฟเท่านั้น

ใช้เวลาไม่นานที่ เวเนโต สวนผึ้ง เนื่องจากไม่มีอะไรมากอีกทั้งเป็นเวลากลางวันซึ่งอากาศเริ่มร้อนแล้ว ถ้ามาช่วงเย็นแล้วนั่งชมบรรยากาศชิวๆ ริมน้ำหรือทานอาหารด้านในน่าจะโอเคกว่า ประกอบกับได้เวลาที่สามารถเช็คอินเข้าที่พักได้แล้ว จึงออกจากที่นี่แล้วเดินทางไปที่บ้านอ้อมกอดขุนเขาซึ่งอยู่ไม่ไกลกัน

Veneto Suanphueng 10

จากที่แรกจนถึงที่พักอยู่ในเส้นทางเดียวกันตลอด สามารถขับรถได้ไม่ยากและใช้เวลาไม่นาน ผมจองบ้านอ้อมกอดขุนเขาตอนเช้าที่เดินทางนั่นเอง เป็นห้องสุดท้ายที่เพิ่งรู้ว่ายังว่างตอนกลางดึกคืนก่อนที่จะเดินทางเพียงไม่กี่ชั่วโมง ตอนแรกคิดว่าถ้าจองที่นี่ไม่ทันก็จะจองที่ Villa Tuscany Country Resort เพราะยังว่างอยู่ 3-4 ห้อง

Baan Aom Kod Kun Kao 19

เช็กอินเข้าที่พักบ่าย 2 โมงพอดี ใช้เวลาพักผ่อนและเดินเล่นภายในรีสปอร์ทพักหนึ่งจนถึงประมาณบ่าย 4 โมง จึงออกไปที่ The Scenery Vintage Farm อย่างที่บอกไปว่าเคยมาสวนผึ้งครั้งหนึ่งแล้วแต่ไม่ได้ค้าง ครั้งนั้นได้แวะที่นี่ด้วย กลับมาอีกครั้ง เรื่องของฟาร์มแกะอาจจะรู้สึกเฉยๆ นะอาจเพราะได้เห็นฟาร์มแกะมาเยอะแล้ว แต่ในเรื่องของบรรยากาศก็กับการที่มาช่วงเย็นๆ ก็ยังโอเคอยู่ เดินเล่นได้แบบชิวๆ เพลินๆ

The Scenery Vintage Farm 12

ถึงตอนนี้แดดร่มลมตกแล้วได้เวลาหามื้อเย็นใส่ท้อง เมื่อตั้งใจว่าทริปนี้จะมาให้ถึงสวนผึ้ง ได้แวะหลายๆ ที่ ก็ต้องลองแวะชิมที่นี่ด้วยสินะ ครัวท่อนไข่ ร้านจะอยู่เลยบ้านอ้อมกอดขุนเขาไปอีกประมาณ 7 กม.

วันนั้นคนเยอะมาก แน่นร้าน โชคดีว่าไปเร็วหน่อยเลยได้โต๊ะทันที จากนั้นไม่กี่นาทีโต๊ะก็เต็มแล้ว คนที่ตามมาทีหลังต้องจองคิวแล้ว อาหารที่อร่อยสมคำร่ำลือ ราคาไม่แพงนะ ถือว่าโอเคเลย การบริการดี และรออาหารไม่นานแม้ว่าวันนั้นคนจะเยอะมาก

Krua Mon Khai 01 copy

เสร็จภารกิจเที่ยวในวันแรกกันหลายสถานที่ ที่ไม่ไกลกันทำให้ไม่เหนื่อยมาก จะว่าไปไม่ได้เหนื่อยอะไรเลย

มาต่อกันในวันที่สอง หลังจากหลับสบายๆ ในห้อง เถาทิวา ที่บ้านอ้อมกอดฯ ตื่นเช้ามาออกไปทานอาหารเช้าเวลาประมาณ 8 โมง เสร็จแล้วใช้เวลาเดินเล่นในรีสอร์ทพักใหญ่ เพราะภายในรีสอร์ทค่อนข้างกว้างและมีหลายมุมให้นั่งเล่นและถ่ายรูป มีกิจกรรมให้ทำทั้งขี่ม้า ยิงธนู ปั่นจักยาน และมีร้านกาแฟให้นั่งชิว เมื่อได้ที่พักที่มีบรรยากาศดีๆ ก็ต้องใช้เวลาให้คุ้มค่า

อีกทั้งในวันที่สองนี้ไม่ได้มีแพลนว่าจะไปหลายที่ เช็กเอาต์จากรีสอร์ทตอนเที่ยวตามเวลา ไปแวะบ้านหอมเทียนอีกที่หนึ่งเพื่อให้อัยย่าทำกิจกรรมทำเทียน เดินเล่นชิวๆ ก็เดินทางกลับกรุงเทพเลย ถึงกรุงเทพประมาณบ่าย 4 โมง ไม่เย็นมาก

Ban Hom Tien 01

ครั้งก่อนที่ไปเที่ยวสวนผึ้งก็ประมาณ 4 ปีมาแล้วเห็นจะได้ ครั้งนั้นที่ไม่ได้ค้างเพราะรู้สึกว่าบรรยากาศดูร้อนแล้ง ไม่ประทับใจเลย อาจเป็นเพราะรีสอร์ทหลายๆ แห่งเพิ่งสร้างใหม่ ต้นไม้ใบหญ้ายังโตไม่เต็มที่เลยดูไม่ร่มรื่น อีกทั้งถนนหนทางยังสร้างไม่เสร็จเลยมีแต่ฝุ่นตลบอบอวลไปทั่ว เมื่อแวะที่ซีนเนอรี่เสร็จแล้วก็กลับรถกลับกรุงเทพเลย ครั้งนี้เลยตัดสินใจมาใหม่อย่างน้อยก็จะได้รู้และค้างที่นี่ดูสักคืน

และจากที่ได้ขับไปที่ร้าน ครัวม่อนไข่ พร้อมกับได้ขับรถเล่นเซอเวย์เส้นทางเลยครัวท่อนไข่ไปแล้วเล้ยวซ้ายไปยงเส้นที่ไปบรรจบซีนเนอรี่ได้ทำให้รู้สึกว่าจริงๆ สวนผึ้งก็น่าเที่ยวอยู่เหมือนกันมีความเขียวครึ้มสมกับการเป็นที่เที่ยวที่เป็นป่าเป็นเขา สรุปทริปนี้เป็นทริปชิวๆ ที่มีความสุขกับครอบครัวอีกทริปหนึ่ง Happy New Year 2017

Comments

comments

(Visited 72 times, 1 visits today)

You may also like...