Manonnee Hotel ที่พักคูลๆ ใกล้ สิงห์ปาร์ค เชียงราย

มารีวิวที่พักเชียงรายที่ไปมาเมื่อปลายปี 2017 สักหน่อยกับทริป กรุงเทพฯ-เชียงใหม่-เชียงราย ทริปนี้แต่ละที่ค่อนข้างห่างกันที่พักจึงไม่ได้เน้นสักเท่าไร จะมีคืนหนึ่งที่พอมีเวลาชิวๆ กับที่พักได้ก็เลยมองหาที่ที่ค่อนข้างถูกใจหน่อย โดยหาก่อนที่จะเดินทางเพียง 1 สัปดาห์เท่านั้น ถือว่าโชคดีที่ยังได้ที่พักอย่างที่ต้องการ ทั้งตัวที่พักเองและทำเลที่ตั้งนั่นก็คือ Manonnee Hotel – มานอนนี่ โฮเทล

แผนการเดินทางก็คือในวันเดินทางหลังจากที่ไปถึงเชียงใหม่ตอนกลางคืน เช้าวันแรกของการเที่ยวจะแวะเที่ยวที่พระธาตุดอยสุเทพ พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์  และหมู่บ้านม้งในช่วงเช้า จากนั้นเดินทางต่อไปยังเชียงรายเพื่อเที่ยว Singha Park Chiang Rai – สิงห์ปาร์ค เชียงราย ในช่วงเย็นๆ แดดร่มลมตก และพักในคืนที่สองละแวกนี้ เพื่อเตรียมตัวเดินทางไปยัง พระตำหนักดอยตุง ในวันรุ่งขึ้น

จากที่คิดว่าจะหาที่พักใกล้ๆ สิงห์ปาร์ค ให้ได้ เพราะหลังจากเที่ยวสิงห์ปาร์คเสร็จคงค่ำๆ แล้ว จะได้ไม่ต้องขับรถไกล และตอนเช้าก็ออกจากจุดนั้นเดินทางต่อไปยังพระตำหนักดอยตุงได้ง่ายๆ หลังจากที่หาอยู่สักพัก เจอที่พักที่น่าสนใจ 3-4 ที่ เช่น บ้านโยธาไท บ้านภูปลายฟ้า หรือ To the Moon Bed & Breakfast

To the Moon Bed & Breakfast นี่อยู่ติดกับสิงห์ปาร์คเลย สไตล์ของที่พักก็น่าสนใจดูแล้วน่าพัก แต่ว่าเต็มซะแล้ว โชคดีที่ติดๆ กัน สไตล์ที่พักน่าสนใจเหมือนกันยังมีห้องว่างอยู่ห้องหนึ่ง ห้องสุดท้ายพอดี Manonnee Hotel – มานอนนี่ โฮเทล ราคาก็อยู่ในเกณฑ์ที่ไม่ได้สูงมาก จึงรีบทำการจองอย่างรวดเร็วและได้มาเป็นรีวิวในครั้งนี้

ไปนอนไหน “มานอนนี่” ไง

ทำเลที่ตั้งของ มานอนนี่ โฮเทล

มานอนนี่ ชอบชื่อนะ อยู่ในซอยข้างๆ สิงห์ปาร์คเลย ดังนั้นไม่ต้องกังวลว่าจะต้องขับรถไกล หาที่พักไม่เจอ (ถ้าคนไม่ชำนาญทาง) ออกจากสิงห์ปาร์คแล้วเลี้ยวซ้ายซอยของที่พักอยู่ซอยแรกเลย เลี้ยวเข้าไปเลย เข้าซอยไปสักประมาณ 200 เมตร ก็จะเจอ ถ้าใครจองที่พักในเมืองก็จะไกลหน่อย เว้นแต่ว่าจะไปถนนคนเดินหรือเดินเล่นในเมืองต่อ หรือว่าเช้าขึ้นมามีเส้นทางที่จะไปต่อที่ออกจากตัวเมืองแล้วสะดวกกว่า

แต่สำหรับทริปนี้การได้ที่พักตรงนี้ถือว่าลงตัวมาก มาถึงสิงปาร์คราวๆ บ่าย 3 โมงกว่าๆ เสียดายอย่างเดียวที่ไม่ทันซื้อตั๋วนั่งรถไฟ ตอนแรกก็เสียดาย แต่พอขับรถเข้าไปข้างในเอง ก็รู้สึกว่าไม่ได้นั่งรถไฟก็ไม่เป็นไร บรรยากาศกับการที่เราขับรถเข้ามาเองก็ไม่ต่างกัน เพียงแต่จะไม่ได้เข้าไปชมส่วนของการให้อาหารสัตว์เท่านั้น

บรรยากาศด้านในขับรถเข้าไปประมาณ 2 กม. ได้มั้ง จะมี 2 ฝั่ง ฝั่งขวาเป็นไร่ชาย่อมๆ แต่ก็กว้างพอประมาณ ถ่ายรูปสวยๆ ได้ แล้วก็มีร้านอาหาร ฝั่งซ้ายเป็นลานกว้างๆ บรรยากาศแบบฟาร์ม มีร้านพิซซ่า มีหอให้กระโดดโรยตัว มีจักรยานให้เช่า และมีมุมจำหน่ายไส้กรอก เฟรนไฟร์ และเบียร์สดให้นั่งชิวๆ กลางลาน กินลมชมวิว ตรงนี้แหละแจ่มที่สุด ใครไม่รีบร้อน ซึ่งเวลานั้นก็คงไม่ต้องรีบไปไหนแล้วล่ะ จิบเบียร์เสร็จก็เข้าที่พักได้แบบสบายๆ

ทำเลของ มานอนนี่ โฮเทล จะประมาณว่าตั้งอยู่ในพื้นที่ของชุมชนตรงนั้น บรรยากาศโดยรอบก็จะเป็นบ้านของคนพื้นที่ที่อยู่ติดๆ กัน แต่ว่าบรรยากาศโดยรอบที่พักก็ถือว่าโอเคอยู่เพราะว่าพื้นที่ติดๆ กันเลยมีทั้ง To the Moon Bed & Breakfast มีทั้ง ลานริมไร่ แคมป์ปิ้ง และร้านอาหารแนวๆ อย่าง ปาติโอ คาเฟ่ เชียงราย ทำให้บรรยากาศตรงนั้นค่อนข้างดีและดูเป็นพื้นที่สำหรับการพักผ่อน ด้านหน้าที่พักในวันนั้นมีคนมากางเต๊นท์และทำอาหารทานกันหลายคน ถัดไปร้าน ปาติโอ คาเฟ่ บรรยากาศก็น่านั่งไม่น้อย ถ้าใครไปถึงเร็ว เช็กอินเสร็จอาจจะนั่งจิบกาแฟชิวๆ ก่อน พอแดดเริ่มอ่อนค่อยออกไปที่สิงห์ปาร์คก็ได้

ร้านกาแฟ ปาติโอ คาเฟ่ อยู่ติดกับที่พักเลย

ลานริมไร่ แคมป์ปิ้ง อยู่ด้านหน้าของที่พักเลย

บรรยากาศรอบๆ

บรรยากาศของ Manonnee Hotel

สไตล์ของ มานอนนี่ โฮเทล จะเป็นอาคารหลังคาจั่วหลังใหญ่ๆ หลังคาสูงแล้วแบ่งตัวอาคารเป็น 2 ส่วนคือด้านซ้ายและด้านขวา ตรงกลางเป็นโถงโล่งๆ โปร่งๆ ด้านขวาจะเป็นส่วนของสำนักงาน ฟร้อนต์ และห้องครัว ที่พักจะอยู่ด้านขวาแบ่งเป็น 2 ชั้นๆ ละ 4 ห้อง

การตกแต่งก็จะเป็นแนวโมเดิร์นลอฟท์ (น่าจะเข้าใจถูก) ที่โชว์โครงสร้างของอาคารซึ่งเป็นเหล็ก บรรยากาศรอบๆ อาคารดูบ้านๆ เหมือนเราไปพักที่บ้าน ไม่ได้มียามหรือสิ่งอำนวยความสะดวกเหมือนกันโรงแรม ขับรถเข้าไปก็เหมือนขับรถเข้าประตูบ้าน มีการตกแต่งสวนด้านหน้าร่มรื่นพอประมาณ พอให้นั่งชิวและถ่ายรูปได้เพลินๆ ด้านหลังก็มีมุมให้นั่งด้วยเช่นกัน ไปช่วงอากาศเย็นๆ ช่วงค่ำๆ นั่งเล่นก็เพลินๆ ดี เสียตรงที่ว่าเป็นแบบโอเพ่นแอร์ก็จะมียุ่งและแมลงกวนหน่อย

การเช็กอินและบริการต่างๆ ก็จะเป็นแบบง่ายๆ เน้นการบริการตนเอง จะมีเคาน์เตอร์เช็กอินเล็กๆ อยู่ด้านหน้าเลย ถ้าไม่เจอใครนั่งอยู่ก็กดกริ่งเรียกจะมีเจ้าหน้าที่ซึ่งก็คือเจ้าของนั่นแหละออกมาจากออฟฟิศด้านหลัง อาการเช้าของที่นี่มีให้เป็นแบบอาหารชุดเริ่มให้บริการ 7.30 น. มีชา กาแฟ ขนม และผลไม้เล็กน้อยให้ทานได้ตามอัธยาศัย ส่วนอาหารหลักจะมีข้าวต้มกับไข่กระทะ

ทางเข้าที่พัก อารมณ์เหมือนเดินเข้าบ้าน

เคาน์เตอร์เช็กอิน

ด้านในเป็นโถงโล่งๆ มีมุมให้นั่งเล่นหลายมุม

บรรยากาศรอบที่พัก

บรรยากาศภายในอาคาร

ห้องพักของ Manonnee Hotel

การตกแต่งห้องจะเป็นแนวโมเดิร์น เฟอร์นิเจอร์แบบเรียบง่ายเน้นดีไซน์ที่ดูคูลๆ เข้ากับดีไซน์ของห้อง จากที่เห็นเข้าใจว่าห้องที่ได้พักซึ่งเป็นห้องสุดท้ายเป็นห้องเตียงคู่ แต่เนื่องจากไปกัน 3 คน พ่อแม่ลูกทางที่พักจึงนำเตียงมาชิดกันให้ จากห้องที่ค่อนข้างกว้างอยู่แล้ว เมื่อเอาเตียงมาชิดกันไว้ที่มุมหนึ่งทำให้ห้องยิ่งดูโล่งขึ้นไปอีก

ห้องที่ได้เป็นห้องริม จะมีหน้าต่างกระจกบ้านใหญ่สามารถเปิดม่านเพื่อชมวิวด้านนอกได้ วิวด้านนอกก็จะเป็นมุมนั่งเล่นด้านหลังของที่พักนั่นเอง ห้องพักกว้าง การตกแต่งสวยงามทันสมัย และสะอาดสะอ้านดีดูห้องยังใหม่ๆ อยู่

ห้องพักที่ได้ ห้องริมด้านใน

ในห้องพัก

อาหารเช้า

ไม่ค่อยมีเวลา แต่อยากรีวิว กดติดตามกันได้เผื่อมีอะไรใหม่ๆ จะได้ไม่พลาด

Facebook.com/DaddyAi

Comments

comments

(Visited 78 times, 1 visits today)

You may also like...