แกะกล่อง LENOVO A7000

กระแสสมาร์ทโฟนราคาไม่ถึงหมื่นบาทกำลังได้รับความนิยมพอสมควร เนื่องจากในราคาที่ไม่สูงมาก สามารถให้ประสิทธิภาพที่น่าพึงพอใจได้ ไม่ว่าจะเป็นคุณสมบัติในเรื่องของความเร็ว กล้องถ่ายภาพ หน้าจอ และอื่นๆ

บทความโดย : Daddy Ai

ในระดับราคาต่ำกว่า 1 หมื่นบาท หากผู้ใช้ไม่มีขอบเขตการใช้งานที่มากนัก เช่น สามารถใช้แอปพลิเคชั่นสังคมออนไลน์ได้ ท่องอินเทอร์เน็ตได้ และสามารถถ่ายภาพได้ดีในระดับหนึ่ง หรืออาจจะใช้เป็นเครื่องที่สอง สมาร์ทโฟนในระดับราคาประมาณ 5-6 พันบาทเป็นระดับราคาที่ได้รับความสนใจไม่น้อย ซึ่งในตอนนี้ในระดับราคานี้มีตัวเลือกที่น่าสนใจให้เลือกหลายรุ่นอยู่เหมือนกัน

ในความต้องการสมาร์ทโฟนเพื่อใช้งานเป็นเครื่องสำรองหรือเครื่องที่สอง ผมเองเป็นคนหนึ่งที่เลือกสมาร์ทโฟนในระดับราคานี้คือประมาณ 5-6 พันบาท รุ่นที่ผมสนใจมีและพิจารณาเปรียบเทียบกันมีเพียง 2 รุ่นหลักๆ คือ Asus ZenFone 2 รุ่น 5,990 บาท ซึ่งเป็นรุ่นเริ่มต้นของ ZenFone 2 และ Lenovo A7000

เหตุผลที่เลือก Lenovo A7000

ตอนแรกที่มีความคิดว่าจะซื้อสมาร์ทโฟนในระดับราคานี้ Asus ZenFone 2 เป็นตัวเลือกแรกและน่าจะเป็นตัวเลือกเดียวเสียด้วยซ้ำ หรือในอีกมุมหนึ่งบอกได้ว่า ZenFone 2 เป็นสมาร์ทโฟนที่ทำให้ผมหันมาสนใจสมาร์ทโฟนในกลุ่มนี้

แต่ด้วยเหตุผลในเรื่องที่ Asus ทำการตลาดได้ค่อนข้างน่าอึดอัดอยู่สักหน่อย กว่าที่จะขายได้ต้องรอกันค่อนข้างนาน เมื่อเริ่มขายก็จำกัดช่องทางและจำนวนในการขาย และกว่าจะเปิดขายครบทั้ง 4 รุ่นได้ก็ต้องรอกันจนเบื่อ จากที่คิดว่าจะซื้อ Asus ZenFone 2 ทันทีที่เปิดขาย เมื่อเห็นท่าทีของ Asus อย่างที่ว่ามาจึงเปลี่ยนใจเป็นดูสถานการณ์และรอจนกว่าจะเปิดขายครบทุกรุ่นเสียก่อน

ระหว่างรอนี้เองทำให้มีเวลาคิดและพิจารณา และเปลี่ยนใจในที่สุด

ที่ผ่านมาผมไม่เคยสนใจสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตของ Lenovo ไม่เคยมองเลยจริงๆ และตอนที่คิดว่าจะซื้อ ZenFone 2 ก็ไม่ได้หาข้อมูลของค่ายอื่นๆ รวมถึง Lenovo เปรียบเทียบเลย จนได้มาเห็นเพื่อนสั่งซื้อ Lenovo A7000 จาก Lazada มา ทำให้มีโอกาสได้ทดลองใช้งานและเริ่มสนใจ

คิดอยู่นานและหาข้อมูลอยู่พอสมควรเหมือนกัน แม้จะมีราคาไม่แพงมากหลัก 5 พันบาท แต่เมื่อซื้อมาแล้วก็อยากให้ถูกใจและใช้งานได้อย่างน่าพอใจอย่างที่คิดไว้ อีกทั้งถ้าจะให้ตัดใจจากรุ่นที่เล็งไว้ตั้งแต่แรก เล็งไว้ตั้งนาน ก็ต้องมีคุณสมบัติหรือข้อดีหลายๆ ด้านสักหน่อยที่จะมาหักล้างให้เปลี่ยนใจ

ถ้าตอบแบบโดยสรุปถึงเหตุผลที่ผมเลือก A7000 ก็คงจะมีเหตุผลคือ…

  • สเป็คโดยรวมตรงและเพียงพอกับความต้องการแล้ว แม้คุณสมบัติบางประการจะไม่ใช่อย่างที่ต้องการเสียทีเดียวแต่ก็ยอมรับได้
  • ราคาอยู่ในงบ ความยอมรับได้ในคุณสมบัติบางประการมีผลมาจากระดับราคาที่ไม่สูงจนเกินไปด้วยคือ 5,290 บาท
  • ชอบรูปทรงของเครื่อง ส่วนตัวเป็นคนชอบดีไซน์เหลี่ยมๆ เรียบๆ แบนๆ บางๆ อยู่แล้ว ไม่ค่อยชอบ ZenFone 2 ที่ด้านหลังเป็นแบบโค้งๆ สักเท่าไร

ถ้าให้เหตุผลในเชิงเปรียบเทียบสักหน่อย โดยตอนที่ลองเปรียบเทียบสเป็คระหว่า A7000 กับ ZenFone 2 ผมมองว่า…

  • แม้ซีพียู A7000 จะด้อยกว่า แต่ก็ไม่ได้ต่างกันมากนักจนคิดว่าจะมีผลต่อการใช้งานจริงอย่างชัดเจน เพราะอย่างไรในส่วนของแรมที่ได้ก็เท่ากันคือ 2 กิกะไบต์
  • ในเรื่องของหน้าจอที่ A7000 ใช้กระจกแบบมาตรฐาน ในขณะที่ ZenFone 2 เป็นกระจกแบบ Gorilla Glass 3 ส่วนตัวผมมองแค่ว่า ตอนที่มองหน้าจอจริงๆ ของทั้ง 2 รุ่น แสงและสีของ A7000 ก็ถือว่าสดใสและพอใจแล้ว เรื่องความแข็งแรงหรืออื่นๆ ไม่ได้คิดมากขนาดนั้น
  • หน่วยความจำแค่ 8 กิกะไบต์ เรื่องนี้ลังเลอยู่เหมือนกัน แต่สุดท้ายคิดว่าเดี๋ยวเพิ่ม MicroSD เอาแล้วกัน แต่ A7000 ก็เพิ่มได้แค่ 32 กิกะไบต์นะ ในขณะที่ ZenFone 2 เพิ่มได้ถึง 64 กิกะไบต์ ใครซีเรียสเรื่องพื้นที่ลองพิจารณาส่วนนี้ดีๆ
  • ZenFone 2 ให้กล้องหลัง 13 ล้านพิกเซล ในขณะที่ A7000 ให้มาแค่ 8 ล้านพิเซล ถ้าไม่คิดเปรียบเทียบกัน 8 ล้านนี่ก็เยอะแล้วนะ พอแล้วล่ะ อีกทั้งไม่ได้หวังเรื่องการถ่ายภาพจาก A7000 หรือ ZenFone 2 เลย เพราะชอบที่จะถ่ายด้วย iPhone มากกว่า

มีข้อเปรียบเทียบปลีกย่อยอีกหลายอย่าง ซึ่งคิดๆ ดูแล้ว ดูเหมือน ZenFone 2 จะได้เปรียบเยอะกว่า แต่ก็ใช่ว่า A7000 จะไม่มีอะไรเหนือกว่าเลย มีเหมือนกันนะ เช่น เครื่องเบากว่า หนักแค่ 140 กรัม มีระบบเสียง Dolby Atmos และราคาถูกกว่า

ในกล่องมีอะไรมาให้บ้าง

ตอนที่กำลังเขียนบทความแกะกล่อง Lenovo A7000 อยู่นี้ เพิ่งได้เครื่องมาวันเดียว กำลังลองใช้งานอยู่ เดี๋ยวจะรีบมารีวิวให้ดูกันอีกทีในเรื่องของการใช้งาน ตอนนี้ชวนไปแกะและสำรวจอุปกรณ์ในกล่องกันก่อน

IMG_3135

อุปกรณ์ในกล่องก็จะมี…

  • ตัวเครื่อง มาพร้อม back cover + screen guard ตัวเคสจะใส่มาให้เลย เป็นเคสแข็งแบบใส ไม่หนามาก ถอด-ใส่ได้ไม่ยาก อย่างน้อยก็มีเคสให้ใส่เลยหลังจากที่ Lazada ส่งเครื่องมาให้แล้ว ไม่ต้องรีบไปซื้อให้เสียเวลา ใช้ไปก่อน เมื่อใส่เคสแล้วเครื่องก็ไม่หนามากขึ้นกว่าเดิมเท่าไร และไม่หนักขึ้นเท่าไรด้วย ส่วนฟิล์มต้องมาติดเอง
  • สายชาร์จ สายชาร์จเส้นค่อนข้างหนา ออกจะอ้วนๆ พอสมควร ไม่รู้ทำไมไม่ทำเส้นเล็กๆ หน่อย และที่ติอีกอย่างคือ สั้นไปหน่อย น่าจะให้มายาวกว่านี้อีกสักนิด
  • อะแดปเตอร์ ไม่มีคอมเมนต์อะไร
  • แบตเตอรี่ เป็นแบบถอดได้ ตัวแบตเตอรี่บางมาก
  • หูฟัง ดีไซน์และวัสดุก็ตามราคา ส่วนคุณภาพเสียงยังไม่ได้ลองฟังเลย
  • คู่มือ

สมาร์ทโฟนรุ่นนี้ขายผ่านลาซาด้าเท่านั้น ราคา 5,290 บาท สามารถผ่อน 0% ได้ 6 เดือน ด้วยบัตรกสิกรไทย

มาพร้อมโปรโมชั่นค่าโทรและเน็ต 4,500 บาท ของ Truemove H แบบเติมเงิน โดยแบ่งเป็น 15 เดือนๆ ละ 300 บาท

ที แรกเห็นโปรโมชั่นก็สนใจ คิดว่า (น่าจะ) คุ้มดี แม้ว่าการขอรับสิทธิ์ซึ่งต้องลงทะเบียนรับสิทธิ์เป็นเดือนๆ ไป โดยมีเงื่อนไขว่าผู้ขอรับสิทธิ์ต้องมียอดเติมเงินในแต่ละเดือนไม่ต่ำกว่า 200 บาท พูดง่ายๆ ก็คือ อยากได้ค่าโทรและเน็ตฟรี 300 บาท ก็ต้องเติมเงินก่อน 200 บาท …ก็ยังคุ้มอยู่นะ เติมแค่ 200 แต่ได้ยอดเพิ่มมาอีกเท่าตัว

แต่ไปๆ มาๆ คิดว่า ไม่เข้าท่าเสียแล้ว ถ้าใครหวังว่าจะซื้อสมาร์ทโฟนรุ่นนี้เพราะว่าจะคุ้มเพราะได้ค่าโทร ต้องดูเงื่อนไขดีๆ นิดหนึ่งนะ เพราะในการคิดค่าโทร ค่าโทรที่ให้ 300 บาทนั้น ระบบจะคิดนาทีละ 2 บาท เมื่อโทรในเครือข่าย Truemove ด้วยกันเท่านั้น หากเป็นการโทรนอกเครือข่าย ระบบจะตัดเงินจากยอดที่เราเติมเอง ระบบจะคิดเงินเราโดยแยกเป็น 2 ส่วนนะ ดังนั้นต้องคิดดีๆ ว่า มีเบอร์ที่ต้องโทรหาเป็นเบอร์ Truemove มากน้อยแค่ไหน จะคุ้มหรือเปล่า แต่ถ้าคิดว่าพึงพอใจกับตัวเครื่องและราคา ค่าโทรที่ได้จากโปรโมชั่นเป็นออปชั่นเสริม ถ้าคิดแบบนี้ก็โอเค

ขอใช้งานสัก 2-3 วันพร้อมแล้วจะมารีวิวในส่วนของการใช้งานอีกครั้ง

Comments

comments

(Visited 98 times, 1 visits today)

You may also like...