เกาะช้าง (Koh Chang) 3 วัน 2 คืน 2 หาด

ถ้าพูดถึงการเที่ยวเกาะเพื่อสัมผัสชายหาดและกลิ่นไอของทะเล เกาะช้าง (Koh Chang) ยังคงเป็นเป้าหมายลำดับแรกๆ ที่อยู่ในความสนใจของคนรักทะเลหรือคนที่กำลังมองหาที่ท่องเที่ยวในช่วงวันหยุด

เนื่องจากเกาะช้างมีระยะทางไม่ไกลจากกรุงเทพฯมากนัก สามารถเดินทางได้สะดวกและใช้เวลาไม่นาน สภาพแวดล้อของชายและทะเลถือว่ายังมีความสวยงาม หลายคนประทับใจเกาะแห่งนี้มากถึงขนาดไปเป็นครั้งที่ 2 และ 3 หรือมากกว่า

IMG_6685-copy

นอกจากคนอื่นๆ แล้ว เกาะช้าง สำหรับผมและครอบครัวก็เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่หมายตาไว้เช่นกันว่าหากมีวันหยุดหรือเวลาที่เหมาะสม จะต้องเดินทางไปเที่ยวเสียหน่อย และโอกาสก็มาถึงเมื่อช่วงวันหยุดสงกรานต์ของปี 2016 ที่เพิ่งผ่านพ้นไป

โชคดีตรงที่วันหยุดช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมาได้หยุดก่อนคนอื่นๆ ทั่วๆ ไปประมาณ 2-3 วัน ไม่เช่นนั้นคงไม่กล้าไปเหมือนกันเพราะหลังจากที่กลับมา ได้ติดตามข่าวเห็นว่าช่วงสงกรานต์คนเยอะและแน่นมาก ซึ่งเป็นธรรมดาของที่นี่อยู่แล้ว รถติดตรงท่าขึ้นเรือยาวกว่า 3 กม.

แผนการเดินทางในครั้งนี้คือ ไปพักเที่ยวและพักที่เกาะช้างเป็นเวลา 3 วัน 2 คืน ซึ่งถือว่าจำนวนวันกำลังพอดีไม่น้อยเกินไปจนรีบเร่ง และไม่มากเกินไป ที่สำคัญการเดินทางกลับจะเป็นวันที่เดินทางสวนทางกับคนที่เพิ่งหยุดและกำลังเดินทางมายังเกาะช้างพอดี

เมื่อกำหนดวันและเวลาที่จะใช้ในทริปนี้ได้แล้ว ก็มาถึงอีกหนึ่งภารกิจสำคัญคือ การเลือกและจองที่พัก

การจองที่พักในช่วงเทศกาลโดยจองก่อนถึงวันหยุดเพียงประมาณ 2 สัปดาห์นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ถ้าไม่พลาดที่พักที่อยากได้ ก็จะไม่มีโอกาสได้เลือกห้องที่ต้องการสักเท่าไร

ผมติดต่อที่พักที่ เกาะช้าง (Koh Chang) อยู่หลายแห่ง เช่น…

  • ช้างบุรี รีสอร์ท แอนด์ สปา (Chang Buri Resort & Spa)
  • อาน่า รีสอร์ท แอนด์ สปา (AANA Resort & Spa)
  • ไชยเชษฐ์ รีสอร์ท (Chai-Chet Resort)
  • คลองพร้าว รีสอร์ท (Klong Prao Resort)
  • สยาม เบย์ รีสอร์ท (Siam Bay Resort)

และอีกหลายแห่ง แต่สรุปสุดท้ายก็มาลงตัวและเลือกจองที่พัก 2 แห่งนี้…

เหตุผลที่ตัดสินใจเลือกที่พัก 2 แห่งนี้คือ ด้วยสภาพแวดล้อมของรีสอร์ทจากที่เห็นในภาพและข้อมูลการรีวิวของคนอื่นๆ เรื่องของราคาที่อยู่ในงบที่ตั้งไว้ และที่พักทั้ง 2 แห่งตั้งอู่คนละหาดกัน ไหนๆ ไปเที่ยว 2 วัน ก็ขอสัมผัสบรรยากาศของเกาะช้างให้ทั่วๆ หน่อย อย่างน้อยก็ได้ไปเห็น 2 ใน 3 หาด

รามายานา เกาะช้าง จะอยู่บริเวณหาดคลองพร้าว (แม้ว่ารีสอร์ทจะไม่ติดหาด แต่ก็มีหาดส่วนตัวให้เล่น) ส่วน เอวา รีสอร์ท จะอยู่บริเวณของหาดไก่แบ้

ในวันเดินทางผมออกจากกรุงเทพเวลาตี 5 ออกเช้าหน่อย อยากจะให้ถึงเกาะช้างก่อนเที่ยง นานๆ จะได้ไปเที่ยวสักทีก็อยากที่จะใช้เวลากับสถานที่และการพักผ่อนให้เต็มที่ ไม่ว่าว่าไปถึงเอาบ่ายสามบ่ายสี่ ยังไม่ทันหายเหนื่อยก็เย็นก็มืดซะแล้ว

เดินทางแบบไม่เร่งรีบมากนักใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโฒงกว่าๆ ก็ไปถึงท่าเรือเฟอรี่ อ่าวธรรมชาติ วันนั้นคนถือว่าเยอะอยู่เหมือนกันเรียกว่ามีเพื่อนเดินทางพอสมควร แต่ก็ไม่ถึงกับแน่น ใช้เวลาไม่นานนักก็ขึ้นเรือและข้ามฟากเรียบร้อย ขับรถจากท่าเรือเฟอรี่บนเกาะช้าวไปประมาณ 16 กม. ก็ไปถึงที่พักคืนแรก รามายานา เกาะช้าง รีสอร์ท แอนด์ สปา เป็นเวลาเที่ยงตรงพอดี

วันแรกและคืนแรกเมื่อถึงที่พักก็เข้าห้องพักอาบน้ำอาบท่าพักผ่อนเอาแรง ไม่ได้คิดว่าจะออกไปไหนเพราะว่าเหนือยและอากาศก็ร้อนมากๆ บ่ายแก่ๆ ค่อยคิดทำอะไรต่อไป จะไปหาดไปหาอะไรกินเดี๋ยวค่อยว่ากัน แล้วนอนตื่นสายๆ 11 โมงกว่าหรือเกือบๆ เที่ยงค่อยเช็คเอาท์และย้ายไปอีกที่หนึ่ง

ไม่ต้องเร่งต้องรีบแต่ละหาด หาดทรายขาว หาดคลองพร้าว และหาดไก่แบ้ ไม่ได้อยู่ไกลกันมาก ขับรถแป๊บเดียวก็ถึง เช็คเอาท์เสร็จขับรถไปยัง เอวา รีสอร์ท เกาะช้าง ไม่ถึง 10 นาที เพราะห่างกันแค่ 4 กม. แค่นั้น และก็ต้องนั่งรออีกเหมือนเดิม เพราะไปถึงเร็ว ถ้าห้องว่างอยู่แล้วทางรีสอร์ทก็ยินดีที่จะให้เช็คอินเลย แต่ถ้าตามเวลาจริงๆ ก็คือบ่าย 2 โมง

Awa Resort Koh Chang 03 copy

พักผ่อน เที่ยว กิน ในคืนที่สองอย่างเต็มที่เหมือนเดิม และนอนให้เต็มอิ่มก่อนเช็คเอาท์สายๆ และเดินทางออกจากเกาะช้างประมาณเที่ยง เมื่อข้ามฝั่งขึ้นบกมาแล้วมุ่งหน้ากลับกรุงเทพทันที แต่ก็คุยๆ กับสมาชิกร่วมทริปว่า ถ้านึกถึงที่เที่ยวที่น่าสนใจได้ก็อาจจะแวะอีกสักคืน แต่คิดๆ ดูแล้วก็ไม่รู้จะไปที่ไหนดี เพราะปีที่แล้ว (2015) ก็เพิ่งจะไปเที่ยว หาดเจ้าหลาว และ หาดคลุ้งวิมาน มาหมาดๆ จึงมุ่งหน้ากลับกรุงเทพในวันนั้นเลย

เป็นอีกทริปหนึ่งที่อะไรๆ เป็นไปตามแผนและได้พักผ่อนอย่างมีความสุข แม้ว่าอากาศจะร้อนไปสักหน่อย อ้อ และก็ได้ไปชิมอาหารร้านสุดฮิตตามรอยโซเชียลอย่างร้านเจ๊อิ๋วมาด้วย

อ้อ จริงๆ หลังจากที่ข้ามฟากจากเกาะช้างมาขึ้นฝั่งแล้ว ได้แวะไปเที่ยวจุดท่องเที่ยวอยู่ที่หนึ่งคือ หาดทรายดำ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวซึ่งดำเนินการจัดการโดยชุมชน ถ้าใครอยากเห็นอะไรแปลกตา หรือคิดว่าไหนๆ ก็ไปแล้วแวะดูสักหน่อยก็ไม่เสียหายและถือเป็นการอุดหนุนชาวบ้านแถวนั้นด้วยก็ลองแวะไปกันได้ แต่ต้องขับเลยขึ้นไปทางอำเภอเมืองตราดโน่น เมื่อจะกลับกรุงเทพก็ต้องขับย้อนลงมาอีกที

Comments

comments

(Visited 93 times, 1 visits today)

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *