Child Psychiatrist จิตแพทย์เด็ก พบและพูดคุยเพื่อพัฒนาการที่ดีของลูก

จิตแพทย์ถือว่าเป็นแพทย์หรือหมอสาขาหนึ่ง แต่คนทั่วไปอาจจะไม่คุ้นเคยมากนัก และไม่คิดว่าจำเป็นที่จะต้องพบแพทย์ในสาขานี้ บางคนค่อนข้างที่จะปฏิเสธทเสียด้วยซ้ำ ด้วยความเชื่อที่ว่า การพบจิตแพทย์หมายถึงผู้ที่เป็นโรคทางประสาทเท่านั้น

บทความโดย : Daddy Ai

แต่ในความจริงแล้ว ไม่เสมอไปว่าจะต้องถูกวินิจฉัยจากแพทย์ว่าเป็นโรคทางประสาทแล้วจึงค่อยพบจิตแพทย์ ไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่ ในชีวิตประจำวันเราเจอเหตุการณ์ต่างๆ มากมายที่ส่งผลต่อความรู้สึกนึกคิด แต่ไม่ได้แสดงผลในทางไม่ดีหรือทางจิตในทันที แต่จะเป็นในลักษณะสะสมและส่งผลต่อความคิดและพฤติกรรมในที่สุด หากรอจนถึงวันที่คิดหรือมีคำสั่งจากแพทย์ว่าควรจะต้องพบจิตแพทย์อาจจะสายเกินไปแล้วก็เป็นได้

สำหรับผู้ใหญ่อาจมีภูมิคุ้มกันที่ดีเนื่องจากผ่านสิ่งต่างๆ มามาก สามารถที่จะเอาตัวรอดจากสภาวะหรือสิ่งต่างๆ รอบตัวได้ แต่สำหรับเด็ก ซึ่งอยู่ช่วงของการเรียนรู้และซึมซับสิ่งรอบตัว การได้พบจิตแพทย์บ้างถือเป็นสิ่งที่ดี

จิตแพทย์เด็ก (Child Psychiatrist) ไม่ได้ให้คำปรึกษาเฉพาะเด็กที่มีปัญหาเกี่ยวกับพัฒนาการทางสมองหรือร่างกายเท่านั้น แต่ยังให้คำปรึกษากับเด็กที่ดูและเห็นว่ามีพัฒนาการปกติโดยทั่วไปด้วย

เหตุผลที่ควรพาลูกไปพบจิตแพทย์เด็ก (Child Psychiatrist)

ในความที่ดูและเห็นว่าลูกมีพัฒนาการที่ปกตินั้น หากเป็นพัฒนาการทางร่างกายอาจเป็นสิ่งที่พ่อแม่สามารถประเมินได้ด้วยตัวเองว่าลูกมีความปกติหรือมีพัฒนาการที่ดีเพียงใด แต่พัฒนาการทางด้านอารมณ์คงเป็นการยาก (หากพ่อแม่ไม่เข้าข้างตัวเอง) ที่จะบอกว่าลูกของเรามีพัฒนาการที่ดีหรือไม่

หากพ่อแม่มั่นใจในการเลี้ยงดู ความอบอุ่นของครอบครัว และที่สำคัญมั่นใจในการเป็นแบบอย่างที่ดีของลูก และลูกมีพัฒนาการที่ปกติดี การพาเด็กไปพบจิตแพทย์อาจไม่จำเป็น แต่สำหรับพ่อแม่ที่ไม่ได้มีเวลาเลี้ยงดูเต็มที่ หรือไม่มั่นใจนักกับการเป็นแบบอย่างที่ดีของลูก เช่น อาจจะเป็นคนเสียงดัง ใจร้อน เจ้าระเบียบ หรือมีการทะเลาะเบาะแว้งในครอบครัว กรณีเช่นนี้ มีความเป็นไปได้ที่เด็กจะซึมซับพฤติกรรมเหล่านั้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ดีต่อเด็กแน่นอน นอกจากส่งผลต่อพัฒนาการทางอารมณ์แล้ว ยังส่งผลถึงพัฒนาการทางความคิดและสติปัญญาด้วย

แชร์ประสบการณ์พาลูกไปพบจิตแพทย์

ตอนนี้ลูกสาวของผมอายุ 3 ขวบครึ่ง เข้าโณงเรียนแล้วในชั้นอนุบาล 1 ตั้งแต่เกิดผมและภรรยาเลี้ยงลูกด้วยตัวเองมาโดยตลอด โดยเฉพาะผมเป็นคนที่เลี้ยงหลัก มีเวลาให้ลูกเต็มที่ และภายในครอบครัวไม่มีปัญหาใดๆ ทั้งปัญหาระหว่างผมและภรรยา ไม่มีปัญหาเรื่องเศรษฐกิจครอบครัว และลูกสาวเป็นเด็กที่มีพัฒนาการที่ดีมาโดยตลอดทั้งร่างกาย การเคลื่อนไหว และการสื่อสารเป็นเด็กที่มีความสดใสร่าเริงในระดับหนึ่ง

แต่สิ่งที่ทำให้ผมรู้สึกว่าอยากจะพาลูกไปพบจิตแพทย์เด็ก (Child Psychiatrist) เนื่องจากมีพฤติกรรมบางอย่างที่ผมเองรู้สึกกังวลคือ การที่ลูกใจร้อน เสียงดัง เอาแต่ใจ และไม่ค่อยกล้าแสดงออก (ในทันที) เมื่อพบคนแปลกหน้า

ผมสังเกตอาการของลูกมาสักพักใหญ่ๆ สังเกตอาการนานเป็นปีตั้งแต่ที่เขาเริ่มพูดเริ่มคุยเริ่มแสดงความเห็นได้ ใจหนึ่งก็คิดว่าพฤติกรรมหรือการแสดงออกเหล่านั้นเป็นธรรมชาติของเด็กเองหรือเปล่า

สิ่งที่ทำให้ผมไม่แน่ใจเนื่องจาก ส่วนตัวผมเองเป็นคนใจร้อน เสียงดัง และค่อนข้างเจ้าระเบียบ จึงไม่มั่นใจนักว่าพฤติกรรมของลูกเป็นไปตามธรรมชาติของเด็กหรือเกิดจากการซึมซับจากพ่อ จะอย่างไรก็ตามผมคิดว่าพฤติกรรมในลักษณะนี้ไม่ค่อยดีสักเท่าไร แม้ว่าจะเป็นธรรมชาติของเด็กเอง แต่ผมรู้ตัวว่าตัวเองไม่สามารถทำความเข้าใจกับพฤติกรรมดังกล่าวรวมถึงไม่มีความรู้ในการใช้แนวทางที่ถูกต้องเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของลูก จึงคิดว่าการพาลูกไปพบจิตแพทย์สักครั้งเพื่อช่วยประเมินพฤติกรรมและพัฒนาการของลูก รวมถึงแนะนำแนวทางในการแก้ปัญหาน่าจะเป็นวิธีที่ดี

หลังจากที่พาลูกไปพบแพทย์มาแล้ว ผมรู้สึกพึงพอใจและคิดว่าตัดสินใจไม่ผิดที่ได้พาลูกไปพบกับคุณหมอ ทันทีที่ก้าวเข้าไปในห้องเพื่อพบคุณหมอ คุณหมอจะเริ่มสังเกตอาการของเด็กทันที และตั้งแต่การเริ่มต้นสนทนา (ทักทาย) กับเด็ก คุณหมอจะประเมินได้ทันทีว่าเด็กมีลักษณะอย่างไร กล้าหรือกลัวอย่างไร พร้อมกับประเมินถึงสาเหตุเบื้องต้นได้ และเมื่อได้สอบถามกับพ่อหรือแม่เพิ่มเติม คุณหมอสามารถไขข้อข้องใจต่างๆ ได้อย่างดี

ที่สำคัญคือ การได้รับคำแนะนำดีๆ ในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว แน่นอนว่าการแก้ไขปัญหาที่ผมทราบดีคือ การปรับปรุงตัวเอง แต่นั่นเป็นความเข้าใจที่เป็นนามธรรม อีกทั้งเป้นการยากที่จะบอกให้พ่อคนๆ หนึ่งซึ่งมีความเคยชินกับพฤติกรรมใดพฤติกรรมหนึ่งมานานหลายสิบปีแล้ว ต้องเปลี่ยนตัวเอง แน่นอนว่าเป็นสิ่งที่ต้องทำ แต่การแก้ไขปัญหาที่ได้รับจากคุณหมอมีสิ่งที่เป็นรูปธรรมให้ผมนำไปปรับใช้ได้ และคิดว่าเป็นวิธีที่ดีด้วย เช่น การพูดชื่นชมลูกในสิ่งที่เขาทำได้ดี หรือการสร้างกฏกติกาในการปฏิบัติสิ่งต่างๆ และอีกหลายอย่างที่ผมได้รับในครั้งนั้น

ไปพบจิตแพทย์เด็ก (Child Psychiatrist) ที่ไหนดี

แผนกจิตเวชมีทั้งในโณงพยาบาลของรัฐและเอกชน รวมถึงมีคลีนิคด้วย ในเบื้องต้นอาจลองหาข้อมูลสถานที่ใกล้บ้านก่อนเพื่อความสะดวก หากน้องมีสิทธิการรักษากับโรงพยาบาลของรัฐ อาจจะลองไปใช้บริการกับโรงพยาบาลนั้นๆ ก่อน เนื่องจากจะได้รับการตรวจและให้คำปรึกษาฟรี

การพบจิตแพทย์หากเป็นโรงพยาบาลเอกชนหรือคลีนิคจะมีค่าใช้จ่ายประมาณ 500-1,200 บาท/ครั้ง ขึ้นอยู่กับอาการของน้อง และยาที่แพทย์ต้องสั่งจ่าย แต่ในกรณีของการไปพบในส่วนของการขอคำปรึกษาเกี่ยวกับพัฒนาการและการเรียนรู้ ส่วนใหญ่แล้วจะไม่มีค่าใช้จ่ายในส่วนของยาใดๆ

อีกสิ่งหนึ่งท่ีควรทราบคือ การไปพบจิตแพทย์จะต้องโทรนัดก่อน ไม่สามารถเข้าไปติดต่อและรอคิวเพื่อรับบริการได้ทันที การรอคิวอาจจะนานถึง 2 สัปดาห์ หรือนานเป็นเดือน โรงพยาบาลบางแห่งอาจให้นำเอกสาร (อาจดาวน์โหลดจากเว็บไซต์ได้) ไปกรอกประวัติและส่งกลับไปให้แพทย์ทำบันทึกก่อน บางแห่งอาจจะไปกรอกในวันที่นัดเลยก็ได้

Comments

comments

(Visited 1,804 times, 1 visits today)

You may also like...