แชร์ประสบการณ์เรียนภาษาอังกฤษที่ AUA

การเรียนภาษาอังกฤษตามสถาบันสอนภาษาต่างๆ เป็นสิ่งที่ได้รับความสนใจมานานแล้ว ด้วยความคาดหวังที่ว่า หากมีความสามารถในการสื่อสารภาษาอังกฤษจะช่วยเพิ่มโอกาสในการเรียนและการทำงานได้

บทความโดย : Daddy Ai

ผมเองเป็นคนหนึ่งที่สนใจอยากจะเรียนภาษาอังกฤษมาหลายปี ตั้งแต่ที่เรียนจบใหม่ๆ ตอนอายุประมาณ 20 ปีกว่าๆ เป็นช่วงที่เพิ่งเริ่มทำงาน คิดว่าอยากจะเรียนภาษาเพิ่มเติมเพื่อโอกาสในการทำงานที่ดีขึ้น เผื่อว่าจะได้ไปลองสมัครทำงานกับบริษัทฝรั่งดูบ้าง เห็นเขาว่าค่าตอบแทนดี สวัสดิการดี อีกทั้งการมีความสามารถในการสื่อสารภาษาอังกฤษติดตัวย่อมช่วยเพิ่มโอกาสให้กับเราได้อย่างแน่นอนไม่น้อยก็มาก ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

ตอนนั้นก็ลองสอบถามคอร์สเรียนกับหลายสถาบัน สถาบันที่ผมสนใจเป็นพิเศษคือ AUA ซึ่งตอนนั้นสถานที่เรียนของเอยูเอที่ผมรู้จักก็คือที่ถนนราชดำริ รู้สึกว่าจะเป็นสำนักงานใหญ่เป็นจุดเริ่มต้นของสถาบันนี้เลย

ด้วยที่มาที่มีจุดเริ่มต้นจากการเป็นสมาคมของนักเรียนต่างประเทศที่ต้องการสอนภาษาให้กับผู้ที่สนใจ และบรรยากาศของสถาบัน (คิดเอาเองนะ) คิดว่าที่นี่ดูขลังดี ดูน่าสนใจ และค่าเรียนเมื่อเทียบกับที่อื่นๆ ก็ไม่แพงมากด้วย

แต่สุดท้ายก็ไม่ได้เรียน ด้วยเหตุผลหลัก 2 ประการคือ ไม่สะดวกเรื่องของเวลา และไม่สะดวกเรื่องของค่าใช้จ่าย ตอนนั้นเพิ่งทำงานใหม่ๆ เงินเดือนยังน้อยครั้นจะเจียดไปเป็นค่าเรียนอีกก็คงไม่พอใช้ เมื่อทำงานไปเรื่อยๆ เงินเดือนเริ่มเยอะขึ้นแล้ว แต่ก็กลายเป็นว่าความรับผิดชอบมากขึ้น และยังคงไม่สะดวกในเรื่องของเวลาอีกเหมือนเดิม

จนแล้วจนรอด จนเวลาผ่านไปประมาณ 12 ปี ก็มีโอกาสได้เรียนกับ AUA …เสียที!

AUA ตอนนี้มีหลายสาขา ค่าเรียนไม่แพง

เวลาผ่านไป คิดว่ามีเวลาที่จะเรียนได้ และไม่ติดปัญหาเรื่งค่าใช้จ่าย แต่กลายเป็นว่าไม่สะดวกในเรื่องของการเดินทางเสียอีก จากที่เคยพักอาศัยอยู่ในเมืองและคิดว่าอยากจะเรียนที่เอยูเอราชดำริ ตอนหลังย้ายมาอยู่แถวฝั่งธน (หนองแขม) การเดินทางไปเรียนที่ราชดำริดูจะเป็นอุปสรรคค่อนข้างมาก

เมื่อมองหาสาขาใกล้บ้านก็ยังคิดว่าไม่สะดวกเท่าไร ตอนนั้นมีสาขาอยู่ที่ท่าพระ และมีเปิดสอนอยู่ที่ ม.ศิลปากร นครปฐม ดูเหมือนเปิดเป็นคลาสแบบชั่วคราว

จนเมื่อ 12 ปีผ่านไป ทุกอย่างลงตัวที่สุด AUA มีการขยายสาขาเพิ่มขึ้น และมีสาขาใกล้บ้านแล้วคราวนี้ สาขาที่ใกล้บ้านที่สุด เรียกว่าสะดวกที่สุดแล้วคือ สาขาซีคอน บางแค

นอกจากมีสาขาใกล้บ้านแล้ว เมื่อเช็คค่าใช้จ่ายในการเรียนก็ยังคงเป็นมิตรกับผู้เรียนอยู่ ไม่แพง ลองเทียบกับสถาบันชื่อดังที่เป็นถนนแห่งหนึ่งที่ เมื่อคิดเบ็ดเสร็จตลอดหลักสูตรตั้งแต่เริ่มต้นจนจบระดับสูงสุดแล้ว ถูกกว่ากันครึ่งต่อครึ่งเลยทีเดียว แต่เป็นการคิดและประเมินแบบคร่าวๆ นะ สถาบันที่จ่ายแพงกว่าอาจมีการสอนและผลลัพธ์ที่ดีกว่าก็ได้

โอ้! พื้นฐานภาษาของเราอ่อนด้อยขนาดนี้เชียวเหรอ

หลักสูตรการเรียนแบบกลุ่มที่ AUA มีทั้งหมด 15 Level (ถ้าจำผิดต้องขออภัย) และรู้สึกว่าเมื่อจบระดับที่ 15 แล้ว ยังมีระดับ Advanced อีก 2 ระดับ แล้วจะได้หนังสือรับรอง โดยก่อนที่จะเริ่มเรียนจะต้องทำการสอบวัดระดับก่อนว่าเรามีพื้นฐานแค่ไหน และทางสถาบันจะจัดเราไปอยู่ในระดับไหน

ในความคิดของตัวเองแบบคิดเองเออเองมาตลอด ด้วยความที่เป็นคนชอบภาษาอังกฤษอยุ่แล้ว ไม่กลัวที่จะคุยกับฝรั่ง แม้จะงูๆ ปลาๆ ก็เถอะ ก็พอสื่อสารได้อยู่นะ คิดว่าอย่างน้อยเราน่าจะสอบได้สักระดับ 3 หรือ 4 แต่ผลสอบออกมาปรากฏว่า ถูกจัดให้ไปเรียนตั้งแต่ระดับ 1

เริ่มต้นนับหนึ่งใหม่เลยหรือนี่ ไม่เป็นไร 1 ก็ 1 ตั้งใจจะเรียนแล้วนี่

เรียนกับ AUA ไม่เวิร์คอย่างที่คิด

ความเห็นเกี่ยวกับการเรียนที่นี่ ต้องออกตัวก่อนว่าเป็นความเห็นส่วนตัว เป็นความรู้สึกที่ไม่ได้หมายความว่าสถาบันหรือหลักสูตรไม่ดี แต่เป็นความรู้สึกที่คิดว่าไม่ลงตัวกับตัวเองในเวลานี้สักเท่าไร ซึ่งถ้าไปเรียนที่อื่นผมก็อาจจะมีความรู้สึกและความเห็นเช่นเดียวกันนี้ก็เป็นได้

สิ่งที่คิดว่าการเรียนที่ AUA ไม่เวิร์คสำหรับผมคือ…

> ผู้เรียนส่วนใหญ่ยังเป็นเด็ก การเรียนที่นี่ในการเรียนเป็นกลุ่ม ห้องหนึ่งจะเรียนรวมกันประมาณ 25 คน ซึ่งไม่ได้แบ่งแยกอายุ จัดกลุ่มตามระดับที่ผู้เรียนสอบวัดผลได้ ด้วยเหตุนี้ทำให้ผมซึ่งมีอายุ 30 ปีกว่าแล้วต้องเรียนร่วมกับน้องๆ นักเรียนซึ่งมีตั้งแต่น้องๆ มัธยมอายุตั้งแต่ 16 ปี ไปจนถึงน้องๆ มหาวัทยาลัย ซึ่งผู้เรียนส่วนใหญ่ และเข้าใจว่าไม่เฉพาะคลาสผมเท่านั้นที่มีน้องๆ นักเรียนมัธยมเรียนร่วมชั้นเป็นจำนวนมาก น่าจะ 50-60% เลยทีเดียว รองลงมาก็จะเป็นน้องๆ ที่เรียนในระดับมหาวิทยาลัย มีคนทำงานอยู่ไม่กี่คน และหนึ่งในคนทำงานในคลาสของผมมีคนที่อายุมากกว่า 30 ปีอยู่เพียง 3 คนเท่านั้นเอง

ผมไม่คิดมาก่อนว่าจะมีเด็กๆ นักเรียนมัธยมให้ความสนใจมาเรียนสถาบันสอนภาษากันมากขนาดนี้ คิดว่าสถาบันสอนภาษาแบบนี้น่าจะเป็นกลุ่มคนในวัยทำงานที่หาโอกาสเพิ่มเติมให้กับตัวเอง คิดว่าน้องๆ มัธยมถ้าจะเรียนภาษาอังกฤษเพิ่มเติมจะไปเรียนกันตามสถาบันกวดวิชาเสียอีก

ส่วนตัวแล้วผมไม่มีปัญหาอะไรกับน้องๆ ร่วมคลาส น้องๆ ทุกคนนิสัยดี มีอัธยาศัยไมตรีที่ดี แต่มีสิ่งหนึ่งที่การเรียนร่วมกับน้องๆ (บางคน) ทำให้การเรียนของผมไม่ราบรื่นเท่าที่ควร เช่น การโต้ตอบกับครูผู้สอน น้องๆ บางคนไม่มีความพยายามที่จะให้ความร่วมมือเท่าที่ควร หรือการทำกิจกรรมกลุ่มน้องๆ บางคนไม่มีส่วนร่วมที่ดีนัก ทำให้บรรยากาศในห้องเรียนในบางช่วงเวลาดูไม่ค่อยตื่นตัวนัก

จากการพูดคุยสอบถามถึงเหตุผลที่มาเรียนของน้องๆ เหล่านั้น ได้ความว่า มาเรียนเพราะพ่อแม่อยากให้มาเรียน มาเรียนตามใจพ่อแม่แค่นั้น บางคนก็มาเรียนตามเพื่อน ไม่ได้คาดหวังต่อผลลัพธ์หรือสิ่งที่จะได้จากห้องเรียนสักเท่าไร ประมาณว่าไม่ได้ซีเรียสเลยว่าจะได้อะไรกลับไปหรือไม่ ในขณะที่ตัวผมมีความคาดหวังต่อการเรียนค่อข้างมาก ทั้งด้วยเป้าหมายที่อยากจะได้ภาษา ประกอบกับค่าใช้จ่ายและเวลาที่เสียไปอยากจะให้คุ้มค่าที่สุด

> การสอนเป็นไปอย่างช้าๆ ด้วยอายุที่เริ่มมากขึ้นการคาดหวังต่อผลลัพธ์ที่จะได้ก็คือ การสื่อสารภาษาอังกฤษ จึงมีค่อนข้างมาก ยิ่งเห็นผลหรือมีความก้าวหน้าในการเรียนเร็วเท่าไรยิ่งดี เพราะนั่นหมายถึงการได้นำไปใช้ประโยชน์เร็วเท่านั้น ในทางตรงกันข้ามยิ่งไปได้ช้าเท่าไร โอกาสที่จะนำไปใช้งานก็จะยิ่งน้อยลงเช่นกัน เช่น หากคาดหวังที่จะไปสมัครงานกับองค์กรที่ดี ซึ่งเน้นความสามารถในเรื่องของภาษาอังกฤษ ส่วนใหญ่แล้วองค์กรหรือบริษัทต่างๆ คงรับคนที่มีอายุไม่เกิน 33-35 ปี เท่ากับว่าโอกาสในเรื่องนี้ผมคงจวนเจียนเต็มที่ที่จะหมดสิทธิ์ได้นำความสามารถด้านภาษาไปใช้ประโยชน์

การเรียนกับ AUA หากเรียนตั้งแต่ต้นคือระดับ 1 ถ้าเป็นการเรียนต่อเนื่องและไม่มีการเรียนซ้ำเลย ผมคำนวณเวลาคร่าวๆ กว่าจะจบครบทั้ง 15 ระดับจะใช้เวลาประมาณ 2 ปี ถึงตอนนั้นผมก็คงจะจนเจียนที่จะอายุ 35 ปีเต็มทีแล้ว

การสอนที่ผมว่าเป็นไปอย่างช้าๆ นั้นไม่ใช่ปัจจัยเรื่องอายุของผมอย่างเดียว ถ้าไม่นับปัญหาส่วนตัวของผมเองเรื่องของอายุที่มากแล้ว ส่วนตัวยังคิดว่าการสอนในคลาสถือว่ายังช้าไปอยู่ดี กับเวลาที่ต้องเรียน 2 ชั่วโมงต่อครั้ง

ส่วนตัวของผมรู้สึกว่าการเรียนในระดับ 1 นั้นเบสิคมากๆ หลายคนอาจบอกว่าก็แน่ล่ะ คุณต้องเร่ิมเรียนจากจุดนั้นสิ ก็คุณสอบได้ระดับ 1 เองนี่น่า ก็จริงอยู่ แต่ในความหมายของผมคือ สิ่งที่ทำให้ผมสอบได้เพียงระดับ 1 นั้นสาเหตุหลักคงมาจากความสามารถในเรื่องของแกรมม่า แต่ถ้าเปรียบเทียบเนื้อหาที่ต้องเรียนในระดับที่ 1 กับการใช้งานในชีวิตจริง ผมสามารถที่จะสื่อสารได้แทบจะไม่มีปัญหา แต่อาจไม่ถูกหลักไวยกรณ์

ถ้าจะให้แนะนำสักหน่อย ใครที่คิดว่าตัวเองพอจะสื่อสารภาษาอังกฤษเบื้องต้นได้บ้าง แต่ไม่ได้เน้นเรื่องไวยกรณ์หรือแกรมม่าสักเท่าใด หากสนใจที่จะเข้าคอร์สเรียนกับสถาบันสอนภาษาแบบนี้ เพื่อไม่ให้ต้องเสียเวลาเริ่มต้นแบบพื้นฐานจนเกินไป ก่อนที่จะไปสอบวัดระดับอาจเสียเวลาศึกษาเรื่องของไวยกรณ์สักหน่อย อาจจะช่วยให้ผลสอบของคุณอยู่ในระดับที่ดีกว่าที่ควรจะเป็น

ด้วยเหตุผล 2 ประการอย่างที่บอกมา การที่ต้องเรียนร่วมกับเพื่อนร่วมคลาสที่มีความคาดหวังหรือความตั้งใจต่อการเรียนที่ต่างกันมาก และการสอนที่เป็นไปอย่างช้าๆ เป็นเหตุผลที่ทำให้ผมคิดว่าการเรียนที่ AUA (ของผม) ไม่เวิร์คเท่าที่ควร …ไม่ได้หมายความว่าเอยูเอไม่ดีนะครับ อาจเป็นไปได้ว่าผมด่วยตัดสินใจเกินไป หากลองเรียนต่ออีกระดับ 2 อีกสักหน่อยหลังจากที่จบระดับ 1 แล้ว อาจได้เห็นมุมที่แตกต่างไปและรู้สึกดีขึ้นก็ได้ (มั้ง)

หลังจากตัดสินใจหยุดเรียนที่เอยูเอ ผมมองหาสถานที่เรียนอีกหลายแห่ง ทั้งมีชื่อเสียง และไม่ได้มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในวงกว้าง ทั้งการเรียนแบบออฟไลน์และการเรียนแบบออนไลน์ หาอยู่นานพอสมควร จนตอนนี้ตัดสินใจเรียนแบบตัวต่อตัวกับครูต่างชาติ มีโอกาสหรือมุมมองที่น่าสนใจจะมาแชร์กันอีกครั้ง

Comments

comments

(Visited 7,463 times, 1 visits today)

You may also like...